หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน T3 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Tether, TRON และ TRM Labs ได้อายัดเงินคริปโตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายแล้วมากกว่า 450 ล้าน USD ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 โดยมีการขัดขวางกระแสเงินผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 43.9% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

อัปเดตประจำเดือนพฤษภาคมนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่ขยายตัวกับหน่วยงานตำรวจในสหรัฐอเมริกา สเปน เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และบัลแกเรีย นอกจากนี้ คณะทำงานด้านมาตรการทางการเงินเพื่อการต่อต้านการฟอกเงิน (FATF) ยังกล่าวถึงหน่วยงานนี้ว่าเป็นต้นแบบการบูรณาการภาครัฐและเอกชนที่สำคัญสำหรับการบังคับใช้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย

T3 ขยายขอบเขตครอบคลุม 23 เขตอำนาจศาล

หน่วยงานนี้ดำเนินการใน 23 เขตอำนาจศาล รวมถึงสหรัฐอเมริกา สเปน เยอรมนี บราซิล และสหราชอาณาจักร โดยตั้งแต่ เปิดตัวในเดือนกันยายน 2024 ทีมงานได้วิเคราะห์ธุรกรรมหลายล้านรายการทั่วทั้ง 5 ทวีป เพื่อค้นหาการแฮกตลาดแลกเปลี่ยน การโจมตี ความเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การฟอกเงิน และคดีอาชญากรรมรุนแรง

ที่ผ่านมา T3 มีผลงานสำคัญ อาทิ การทลายเครือข่ายฟอกเงินในสเปน คืนเงินได้ประมาณ 26.4 ล้าน USD ที่เชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินในกรุงมาดริด

หน่วยงานเน้นการตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดย T3 ยืนยันว่าได้อายัดเงินภายใน 24 ชั่วโมง ในหลายกรณีที่มีการยึดบัญชีหรือเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมรุนแรง

นอกจากนี้ ทีมงานยังสนับสนุนปฏิบัติการ Lusocoin ซึ่งเป็นการสืบสวนของตำรวจสหพันธรัฐบราซิลที่สามารถอายัดคริปโตได้มากกว่า 3 พันล้านเรียลบราซิล รวมถึง USDT จำนวน 4.3 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็น stablecoin หลักของ Tether ที่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม

การโจมตีแบบ Wrench และเงินทุนจากเกาหลีเหนือกลายเป็นประเด็นสำคัญ

ในปีนี้ มีคดีเกี่ยวกับสารควบคุม การสนับสนุนการก่อการร้าย และเหตุการณ์ที่ T3 เรียกว่า wrench attacks ซึ่งหมายถึงการบุกรุกบ้าน การลักพาตัว และการข่มขู่รุนแรงต่อผู้ถือครองคริปโต

หน่วยงานระบุว่าสามารถล็อกกระเป๋าเงินเป้าหมายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หลังได้รับคำขอจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย BeInCrypto ยังรายงานแยกต่างหากว่าการโจมตีทางกายภาพต่อผู้ใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปี 2026

ในช่วงต้นปีนี้ หน่วยงานได้รับการยอมรับเมื่อ FATF ระบุชื่อ T3 ร่วมกับเครือข่าย Beacon ของ TRM ว่าเป็นต้นแบบสำคัญในการรับมือกับอาชญากรรมทางสินทรัพย์ดิจิทัล

TRM Labs ประเมินว่าเงินคริปโตผิดกฎหมายมีมูลค่าทะลุสถิติ 158 พันล้าน USD ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว การตรวจจับและอายัดเงินแบบเรียลไทม์จึงกลายเป็นหัวใจหลักของการบังคับใช้กฎหมาย

ระดับ 450 ล้าน USD นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ T3 สามารถทำได้ เพราะผลกระทบจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นและมีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง Paolo Ardoino, CEO ของ Tether กล่าวไว้ใน แถลงการณ์