อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ กำลังดูดซับสภาพคล่องทั่วโลก และ Bitcoin ก็ได้รับผลกระทบในภาวะปะทะไขว้กันนี้

นี่คือประเด็นสำคัญจาก การวิเคราะห์ล่าสุดของ XWIN Research ซึ่งเชื่อมโยงการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเข้ากับราคาของ Bitcoin ที่ซบเซา

ตลาดพันธบัตรของญี่ปุ่นส่งผลกระทบต่อ Bitcoin อย่างไร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของญี่ปุ่นเพิ่งแตะ 2.39% ซึ่งเป็นระดับ สูงสุดตั้งแต่ปี 1999 ด้วยมูลค่าถือครองพันธบัตรรัฐบาลราว ¥390 ล้านล้าน แม้การเพิ่มขึ้นเพียง 1% ของยีลด์ ก็อาจสร้างการขาดทุนยังไม่เกิดขึ้นจริงมูลค่าหลายสิบล้านล้านเยนให้กับธนาคาร บริษัทประกัน และกองทุนบำนาญได้

สถาบันเหล่านี้จึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของตนเอง นั่นหมายถึงต้องขายสินทรัพย์เสี่ยงและนำเงินทุนกลับประเทศ และเมื่อญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของโลก การนำเงินทุนกลับย่อมทำให้สภาพคล่องทั่วโลกหดตัวไปด้วย

สำหรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงนั้น อาศัยสภาพคล่องทั่วโลกอย่างมาก ประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่าราคาจะปรับขึ้นในช่วงเงินไหลเวียนง่าย และจะชะงักงันเมื่ออัตราดอกเบี้ยขยับขึ้น ซึ่งภาวะปัจจุบันตรงกับรูปแบบนั้นอย่างชัดเจน

ข้อมูล Stablecoin ก็ช่วยเพิ่มมิติในการวิเคราะห์ เนื่องจากปริมาณ Stablecoin บน ERC-20 ได้กลับมาแตะระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง บ่งชี้ว่าเงินทุนสำรองยังมีอยู่มาก แต่เงินก้อนนี้กลับไม่ไหลเข้าหา Bitcoin ในช่วงต้นปี 2026 เงินประมาณ 9.6 พันล้าน USD เคลื่อนออกจาก BTC และไหลเข้าสู่ Stablecoin แทน

การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เพียงแต่กดดันการขาย แต่มันยังทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ส่งผลให้การใช้ leverage ลดลง และยังขัดขวางเงินใหม่ไม่ให้เข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ การแข็งค่าของเยนเมื่อเทียบกับ USD ยังดึงเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่กำหนดราคาเป็น USD รวมถึง crypto ด้วย

XWIN Research ระบุว่า หากต้องการเข้าใจ Bitcoin ในเวลานี้ จำเป็นต้องมองข้ามแค่ข้อมูลบนเครือข่าย เพราะอัตราดอกเบี้ย สกุลเงิน และกระแสเงินทุน คือปัจจัยหลักที่สะท้อนเรื่องราวที่ลึกยิ่งกว่าเดิม